14
คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อบจ
13
คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อบจ พิษณุโลก
16
คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล้าช้าเกินสมควร
12
รวมคำพิพากษาของศาลปกครอง และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา เกี่ยวกับการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
18
คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
14
เรื่อง เล่นไฮโลว์ในที่ทำงาน : ถูกร้องแต่ไม่ถูกดำเนินคดีอาญา ไฉนผู้บังคับบัญชาให้พ้นตำแหน่ง !
ถาม คำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรี เนื่องจากร่วมเล่นการพนันไฮโลว์ในเวลาราชการและในสถานที่ราชการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ?
ตอบ เมื่อศาลพิจารณาพยานหลักฐานเชื่อได้ว่า ผู้ฟ้องคดีมีพฤติการณ์ร่วมกับพนักงานเทศบาลเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันในเวลาราชการและในสถานที่ราชการ แม้จะไม่ถูกดำเนินคดีอาญา แต่ก็ไม่อาจรับฟังว่าไม่มีการกระทำความผิดกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น การที่ผู้ฟ้องคดีมีตำแหน่งเป็นถึงนายกเทศมนตรีซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของเทศบาล มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่กลับมีพฤติการณ์ในลักษณะรู้เห็นและร่วมเล่นการพนันประเภทที่กฎหมายห้ามขาดในอาคารที่ทำการของเทศบาล โดยไม่แยแสถึงฐานะของตนที่ได้รับเลือกตั้งจากราษฎรในท้องถิ่น อันมีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตน ถือได้ว่ากระทำการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน และถือเป็นการประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่เทศบาล หรือแก่ราชการ ส่วนข้ออ้างที่ว่าเป็นกิจกรรมสันทนาการ สาธิตการเล่นโดยมิได้เอาทรัพย์สินกันนั้น ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และนอกเหนือความคิดของวิญญูชนคนทั่วไป จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้
ฉะนั้น การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรี จึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่ชอบด้วยกฎหมาย
16
เรื่อง รับซื้อขายยางพาราดิบ ... ต้องขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ !
ถาม คำสั่งให้หยุดประกอบกิจการไว้ชั่วคราว เนื่องจากผู้ประกอบกิจการมิได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญตามที่ชาวบ้านร้องเรียนได้ เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ?
ตอบ การประกอบกิจการซื้อขายยางพาราดิบโดยได้รับใบอนุญาตค้ายาง แต่มิได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ถือเป็นการประกอบกิจการสะสมยางดิบโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อต่อมาผู้ประกอบกิจการได้ยื่นขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ นายกเทศมนตรีจึงได้จัดให้มีการประชุมประชาคมเพื่อประกอบการพิจารณา ซึ่งที่ประชุมมีมติให้เจ้าของกิจการแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นและน้ำเสีย และนายกเทศมนตรีได้มีคำสั่งแจ้งให้แก้ไขเหตุรำคาญดังกล่าว แต่เหตุรำคาญยังคงมีอยู่ อันถือเป็นเหตุเดือดร้อนรำคาญตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
ดังนั้น เพื่อเป็นการระงับเหตุรำคาญดังกล่าว เจ้าพนักงานท้องถิ่นจึงชอบที่จะอาศัยอำนาจตามมาตรา 45 ประกอบมาตรา 26 และมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน สั่งให้ผู้ประกอบการหยุดดำเนินกิจการไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะดำเนินการให้ปราศจากอันตรายแล้วได้ กรณีจึงเป็นการออกคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
16
การควบคุมอาคาร (การก่อสร้างอาคาร (เต็นท์) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น)
การที่ผู้ฟ้องคดีได้ก่อสร้างเต็นท์บนที่ดินของเอกชน โดยภายในเต็นท์มีการใช้ไฟฟ้า มีการต่อก๊อกน้ำเพื่อใช้ภายในเต็นท์ และมีท่อระบายน้ำของเทศบาลสำหรับใช้เทน้ำทิ้งเต็นท์ดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นซึ่งบุคคลสามารถเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ อันถือเป็น "อาคาร" ตามบทนิยามในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งข้อ 9 ของกฎกระทรวง ว่าด้วยการยกเว้น ผ่อนผัน หรือกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ. 2550 กำหนดให้อาคารที่มีลักษณะเป็นเต็นท์ หรือปะรำชั้นเดียว เพื่อใช้ประโยชน์เป็นการชั่วคราว และไม่ใช่อาคารสำหรับใช้เพื่อกิจการพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม หรือการศึกษา โดยมีกำหนดเวลารื้อถอนไม่เกินสิบวัน ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาต
เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เต็นท์พิพาทมีเสาเป็นท่อเหล็กยึดไว้กับพื้นซีเมนต์ซึ่งเป็นที่ดินของเอกชน มีโครงหลังคาเป็นท่อเหล็ก มีผ้าใบกันน้ำคลุมหลังคาทั้งหมด และมีส่วนที่ยื่นออกมาเพื่อกันแดดหรือฝนโดยใช้เชือกยึดติดกับพื้น โดยผู้ฟ้องคดีได้ใช้พื้นที่ภายในเต็นท์พิพาทประกอบกิจการร้านอาหารจานเดียว อันเป็นการใช้เพื่อกิจการพาณิชยกรรม และได้ใช้ประโยชน์ในเต็นท์พิพาทมาเป็นเวลาประมาณ 10 ปี โดยไม่ได้มีกำหนดระยะเวลาการรื้อถอนไว้
จึงไม่มีลักษณะเป็นการใช้ประโยชน์ชั่วคราว แต่มีลักษณะเป็นการใช้อาคารที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ซึ่งไม่เข้าเงื่อนไขที่จะได้รับการยกเว้นตามข้อ 9 ของกฎกระทรวงดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีจึงต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตหรือแจ้งการก่อสร้างเต็นท์พิพาทต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเมื่อผู้ฟ้องคดีไม่ดำเนินการดังกล่าว เจ้าพนักงานท้องถิ่นย่อมมีอำนาจออกคำสั่งห้ามมิให้ผู้ฟ้องคดีใช้หรือเข้าไปในส่วนใด ๆ ของเต็นท์พิพาทจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดียื่นคำขอรับใบอนุญาตหรือแจ้งการก่อสร้างเต็นท์พิพาทได้
18
เรื่อง การสาธารณสุข (การขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาลโดยไม่ได้รับความยินยอม)
ในการบริการสาธารณสุข หากผู้รับบริการปฏิเสธไม่รับบริการใด บุคลากรด้านสาธารณสุขจะให้บริการนั้นมิได้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 และหากผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล รวมถึงมีเหตุสุดวิสัยในระบบการรักษาพยาบาล ผู้รับบริการดังกล่าวมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามข้อ 5 ของข้อบังคับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2555 เว้นแต่ความเสียหายนั้นเกิดจากการดำเนินไปตามพยาธิสภาพหรือเหตุแทรกซ้อนของโรคที่เป็นไปตามสภาพปกติธรรมดาของโรคนั้นอยู่แล้ว
คดีนี้แม้แพทย์ผู้รักษาได้ผ่าตัดปีกมดลูกของผู้ฟ้องคดีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ฟ้องคดีก่อนผ่าตัด และไม่เป็นไปตามที่ได้พูดคุยกับผู้ฟ้องคดี แต่เมื่อเป็นการใช้ดุลพินิจตัดสินใจตามพยาธิสภาพหรือบนพื้นฐานของสิ่งที่ตรวจพบขณะผ่าตัดโดยคำนึงถึงความปลอดภัยในการรักษาชีวิตผู้ป่วย อันสอดคล้องกับความเห็นของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพที่ดูแลเกี่ยวกับมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ และความเห็นของสถาบันการศึกษาด้านการแพทย์
อีกทั้งยังเป็นกรณีที่แพทย์ผู้รักษาไม่อาจละทิ้งการผ่าตัดไปแจ้งเหตุดังกล่าวให้บุคคลซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือผู้ปกครอง เพื่อรับทราบข้อมูลแทนผู้ฟ้องคดีในขณะนั้นได้
กรณีจึงเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 8 วรรคสาม (2) แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติฯ ที่แพทย์ผู้รักษาสามารถกระทำได้
แม้การตัดสินใจดังกล่าวอาจจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อผู้ฟ้องคดีทำให้เข้าสู่วัยทองเร็วขึ้น แต่ก็เป็นความเสียหายที่เกิดจากการดำเนินไปตามพยาธิสภาพหรือเหตุแทรกซ้อนของโรคที่เป็นไปตามสภาพปกติธรรมดาของโรคนั้นอยู่แล้ว ไม่ใช่เป็นความเสียหายจากการรักษาพยาบาลของหน่วยบริการ
กรณีจึงไม่เข้าเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นดังกล่าว
15
เรื่อง การประกอบกิจการ (การประกอบกิจการซ่อมรถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น)
🔷การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์ที่มีการซ่อมหรือปรับปรุงยานยนต์ และการจำหน่าย ซ่อม ปะ เชื่อมยางยานยนต์ ถือเป็นการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งต้องมีการควบคุมภายในท้องถิ่นและต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเสียก่อนจึงจะดำเนินการได้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 33 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ประกอบกับข้อ 7 ข้อ 10 และข้อ 13 ของข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2561
🔷เมื่อปรากฏว่ามีการประกอบกิจการดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยได้มีแบบตรวจแนะนำของเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (แบบ นส. 1) แจ้งให้หยุดประกอบกิจการจนกว่าจะได้รับอนุญาต และให้ดำเนินการยื่นคำขอรับใบอนุญาต แต่ผู้ประกอบกิจการไม่ได้ดำเนินการ และยังคงประกอบกิจการตลอดมา
🔷เจ้าพนักงานท้องถิ่นจึงมีอำนาจตามมาตรา 45 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
สั่งให้ผู้ประกอบกิจการหยุดดำเนินกิจการดังกล่าวทันที และต่อมาเมื่อมีการอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าว การที่ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์
มีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ จึงย่อมชอบด้วยกฎหมายแล้ว
11
เรื่อง การปกครองและการบริหารราชการแผ่นดิน/ผู้มีสิทธิฟ้องคดีปกครอง (การกำกับดูแลให้นายก อบต. หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามผลของกฎหมาย)
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81 วรรคหนึ่ง มาตรา 91 และมาตรา 93 วรรคสอง
กรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา และต่อมาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบประทับฟ้องในคดีอาญาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด
เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ถูกกล่าวหาจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
การหยุดปฏิบัติหน้าที่เช่นว่านี้เป็นการหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยผลของมาตรา 93 วรรคสอง ประกอบกับมาตรา 81 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว
โดยผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ถูกกล่าวหาจะต้องควบคุมหรือกำกับดูแลให้มีการหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามผลของกฎหมายอย่างเคร่งครัด และหากต่อมาศาลพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ให้ผู้ต้องคำพิพากษานั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่
ดังนั้น การที่นายอำเภอมีหนังสือแจ้งให้นายก อบต. หยุดปฏิบัติหน้าที่ สืบเนื่องมาจากการที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบประทับฟ้องในคดีอาญาที่นายก อบต. ถูกฟ้องเป็นจำเลยตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูล
จึงเป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่ในการกำกับดูแลให้นายก อบต. หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามผลของมาตรา 93 วรรคสอง ประกอบกับมาตรา 81 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ ดังกล่าว เท่านั้น
หนังสือของนายอำเภอมิใช่คำสั่งทางปกครองตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
นายก อบต. จึงมิใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำของนายอำเภอ จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ต่อศาลตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ
12
เรื่อง การปกครองและการบริหารราชการแผ่นดิน : การพ้นจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน (กรณีฟ้องว่านายอำเภอละเลยต่อหน้าที่ในการเสนอความเห็นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อมีคำสั่งให้ผู้ใหญ่บ้านพ้นจากตำแหน่ง)
กรณีนายอำเภอได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงตามที่ราษฎรในหมู่บ้านร้องเรียนว่า ผู้ใหญ่บ้านมีพฤติกรรมบกพร่องในหน้าที่หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง และมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริต โดยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว
คณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการสอบปากคำบุคคลฝ่ายผู้ร้องเรียน ผู้ถูกร้องเรียน และบุคคลอื่น รวมทั้งรวบรวมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังได้มีหนังสือแจ้งหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการที่ถูกร้องเรียน
และมีความเห็นโดยตั้งอยู่บนฐานของข้อเท็จจริงที่ได้จากการตรวจสอบ ถือเป็นการแสวงหาพยานหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง รับฟังพยานหลักฐาน คำชี้แจง หรือความเห็นของพยานบุคคล ขอข้อเท็จจริงหรือความเห็นจากพยานบุคคล และขอให้ผู้ครอบครองเอกสารส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง
อันเป็นการใช้ดุลพินิจในการแสวงหาข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 29 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 แล้ว
ประกอบกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวถูกต้องตรงตามที่มีการร้องเรียน และไม่ปรากฏว่ามีลักษณะเป็นการช่วยเหลือผู้ใหญ่บ้านให้พ้นจากความผิดตามที่ถูกกล่าวหา
ดังนั้น การที่นายอำเภอมีความเห็นว่ายังไม่พบพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริตหรือสร้างความเสียหายให้กับหมู่บ้าน จึงเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย และการที่นายอำเภอมิได้เสนอความเห็นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อมีคำสั่งให้ผู้ใหญ่บ้านพ้นจากตำแหน่ง จึงไม่เป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ
13
เรื่อง การสาธารณูปโภค/การกระทําละเมิด : การจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค (องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นก่อสร้างอาคารเรียนรุกล้ําที่ดินบางส่วนของเอกชน)
47
ปฏิบัติหน้าที่่เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต แม้ไม่ละเมิดแต่รัฐยังต้องรับผิด !
48
การมาปฏิบัติหน้าที่สายเกินประกาศกำหนด จึงอดเลื่อนขั้นเงินเดือน
55
การที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน...เข้าตรวจสอบการเงินขององค์การบริหารส่วนตำบล.. กรณีการเบิกจ่ายเงินไม่มีฎีกาประกอบ
ต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทุจริต ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ฯลฯ กรณีการเบิกจ่ายเงินไม่มีฎีกาประกอบดังกล่าว โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
กล่าวคือ การเบิกจ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้มีสิทธิได้รับจริงเป็นไปตามระเบียบกำหนดไว้ จึงไม่อาจถือได้ว่า การกระทำของผู้ฟ้องคดีเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบฯ ตามที่ถูกกล่าวหา
ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว
48
นาย ก.ผอ.โรงเรียนฟ้องผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 2 กรณีที่ซ่อมแซมอาคารเรียนไม่เป็นตามแบบแปลนที่กำหนดและทุจริตจึงลงโทษปลดออกจากราชการต่อมาเพิ่มโทษจากปลดออกจากราชการเป็นไล่ออกชอบแล้ว ศาลชั้นต้นให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว แต่ศาลสูง (ยกฟ้อง)
47
ดับฝันนักพัฒนาฯ เพราะยาบ้าเพียงเม็ดเดียว !
46
ผู้ฟ้องคดีเสนอผลงานลาดยางประเภทเดียวกัน ต่อมาองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้ถูกฟ้องคดีพิจารณาเป็นขาดคุณสมบัติจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงฟ้องขอให้ชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว
46
การตรวจฎีกาไม่รอบคอบการเงินต้องรับผิดทางละเมิด หรือไม่
การที่เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี (ผู้ฟ้องคดี) เป็นเพียงตรวจเอกสารประกอบการเบิกฎีกาโดยเห็นว่ากรณีการเบิกจ่ายตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาของจังหวัด ได้ผ่านขั้นตอนการตรวจพิจารณาของผู้บริหารตามลำดับชั้นแล้วแต่เมื่อโครงการดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามข้อ ๖๗ ของระเบียบดังกล่าว จึงถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายของทางราชการ
กล่าวคือ การที่ผู้ฟ้องคดีได้ลงลายมือชื่อในฎีกาเบิกเงินตามงบประมาณรายจ่ายตามโครงการดังกล่าว รวม 2 ฎีกา ว่าได้ตรวจเอกสารประกอบฎีกาครบถ้วนถูกต้องแล้ว
พฤติการณ์การกระทำดังกล่าว จึงเป็นการกระทำด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้รับความเสียหาย จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ดังนั้น คำสั่งเฉพาะส่วนที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเกินกว่าจำนวนที่ต้องรับผิด จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย








นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy)